เอกสารการแจ้งข้อมูลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(Privacy Notice)
บริษัท เบเยอร์ จำกัด รวมถึงบริษัทในเครือ (“บริษัท”) มีความตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัท มุ่งมั่นดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยความระมัดระวัง ภายใต้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ
เอกสารแจ้งข้อมูลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“เอกสารฯ”) จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงอธิบายประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท เก็บรวบรวมจากลูกค้าและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจ ตลอดจนแนวทางในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลดังกล่าว โดยคำนึงถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่านเป็นสำคัญ เอกสารฯ นี้ใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัท ซึ่งรวมถึงบริการของบริษัท เช่น
“บริการของบริษัท” หมายถึง การจำหน่ายสินค้า หรือการให้บริการของบริษัท แก่ลูกค้าของบริษัท
“บริการของคู่ค้า” หมายถึง การจำหน่ายสินค้า หรือการให้บริการแก่บริษัท โดยบริษัทคู่ค้าหรือผู้ให้บริการของบริษัท เช่น การจัดส่งสินค้า การติดตั้งสินค้า หรือการให้บริการซ่อมแซมสินค้าต่อผู้ใช้บริการของบริษัท
“บริการผู้มาเยือน” หมายถึง การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกโดยบริษัท รวมถึงห้องประชุม และสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้มาเยือน ณ สำนักงานของบริษัท ซึ่งรวมถึงลูกค้าหรือผู้มาติดต่ออื่น ๆ
ทั้งนี้ รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลในบริการต่าง ๆ ข้างต้น การบริหารจัดการภายในบริษัท การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของบริษัท
การอ้างถึงคำว่า “ท่าน” หรือ “ของท่าน” ในเอกสารฯ นี้ หมายถึง บุคคลซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวถูกประมวลผลโดย หรือในนามของบริษัท เกี่ยวกับบริการของบริษัท บริการของคู่ค้า หรือบริการผู้มาเยือน
การอ้างถึงคำว่า “ลูกค้า” หรือ “คู่ค้า” ในเอกสารฯ นี้ ให้รวมถึงลูกจ้าง พนักงาน กรรมการ ที่ปรึกษา หรือตัวแทนของลูกค้าหรือคู่ค้าซึ่งเป็นนิติบุคคล โดยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวถูกประมวลผลโดย หรือในนามของบริษัท
เอกสารฯ นี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคล (รวมถึงลูกจ้างหรือพนักงานของบุคคลนั้น) ซึ่งอาจเป็นคู่สัญญา คู่ความ หรือคู่พิพาทในกระบวนการทางกฎหมายที่บริษัท มีส่วนเกี่ยวข้อง
การอ้างถึงคำว่า “บริษัท” หรือ “เรา” ในเอกสารฯ นี้ หมายถึง บริษัท เบเยอร์ จำกัด รวมถึงบริษัทในเครือ
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (“ข้อมูล” หรือ “ข้อมูลส่วนบุคคล”) หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับท่านซึ่งสามารถใช้ระบุตัวตนของท่านได้ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อทางศาสนา ปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อท่านในลักษณะเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวในกรณีจำกัด เช่น ข้อมูลเรื่องศาสนา โดยเป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการใช้ข้อมูลของท่านตามที่กำหนดในหัวข้อ “วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการใช้ข้อมูลของท่านโดยบริษัท”
ทั้งนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหวดังกล่าวจะกระทำเฉพาะกรณีที่จำเป็น เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (เช่น กฎหมายประมวลรัษฎากรหรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น) เพื่อให้บริการบางประเภทของบริษัท หรือเมื่อท่านให้ความยินยอมแก่บริษัท ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว
บริษัท อาจได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากหลายช่องทาง ดังนี้
- การเก็บรวบรวมโดยตรงจากท่าน เช่น การสมัครสมาชิก LINE Official Account เบเยอร์คลับ การสมัครสมาชิก Beger AI การเข้าร่วมกิจกรรมผ่านสื่อออนไลน์ของบริษัท การสมัครขอใช้บริการเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือจุดให้บริการต่าง ๆ ของบริษัท รวมถึงการติดต่อบริษัท ผ่านทุกช่องทางที่มีให้บริการ
- การได้รับข้อมูลจากบุคคลที่สามหรือแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือจากแหล่งอื่นที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น บริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ สถาบันการเงิน ที่ปรึกษาทางการเงิน หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ เป็นต้น
- การได้รับข้อมูลจากการทำธุรกรรมระหว่างท่านกับบริษัท หรือข้อมูลที่บริษัท เก็บรวบรวมเอง เช่น ประวัติการสั่งซื้อสินค้าและการใช้บริการของบริษัท การใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท หรือข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของบริษัท
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ใช้
บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลประเภทต่าง ๆ ของท่าน ทั้งนี้บริษัท ได้จัดแบ่งข้อมูลของท่านออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตามท้ายนี้ โดยระบุข้อกำหนดการใช้ข้อมูลในแต่ละประเภทโดยบริษัท หรือในนามของบริษัท ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวได้นำมาใช้ในเอกสารฯ ฉบับนี้
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลและการติดต่อ อาจรวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้:
- ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตัวท่าน เช่น ชื่อ-นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ ข้อมูลเกี่ยวกับที่พักอาศัย สภาพที่พักอาศัย จำนวนผู้พักอาศัย รายละเอียดการเดินทางไปที่พักอาศัย ภาพถ่ายที่พักอาศัย ภาพถ่ายของท่าน สัญชาติ รายได้ต่อครอบครัว ระดับการศึกษา อาชีพ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารระบุตัวตนอื่น ๆ ซึ่งอาจรวมถึง
- ชื่อ-นามสกุล
- หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือหมายเลขสมาชิก
- วันเดือนปีเกิด
- ที่อยู่
- ภาพถ่ายของผู้ถือบัตร
- ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร อีเมล ที่อยู่ ละติจูด-ลองจิจูด สถานที่โครงการ พื้นที่ก่อสร้าง โครงการต่าง ๆ รวมถึงรูปถ่ายและแผนที่สถานที่ดังกล่าว ข้อมูลจากบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่ท่านใช้เพื่อติดต่อกับบริษัท เช่น ชื่อบัญชีหรือรูปถ่าย
- ข้อมูลทางการเงินและธุรกรรมธนาคาร เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ชื่อธนาคาร สาขา และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินกับบริษัท
- ข้อมูลส่วนบุคคลในหนังสือรับรองนิติบุคคล ที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ เช่น ชื่อ-นามสกุลของกรรมการ ผู้ถือหุ้น และที่อยู่ของกรรมการและผู้ถือหุ้น
- ข้อมูลในทะเบียนบ้าน เช่น เลขรหัสประจำบ้าน ที่อยู่ ประเภทและลักษณะบ้าน สัญชาติ เพศ ชื่อ-นามสกุลของบิดามารดาผู้ให้กำเนิด เลขประจำตัวประชาชนของบิดามารดา สัญชาติของบิดามารดา และถิ่นที่อยู่เดิมของท่าน
ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมกับเรา:
- ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการทำธุรกรรมระหว่างท่านกับเรา เช่น ประวัติการซื้อ ประวัติการใช้บริการ ประวัติการคืนหรือเปลี่ยนสินค้า ซึ่งรวมถึงข้อมูลการเยี่ยมชมสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์ของเรา
- ข้อมูลสิทธิประโยชน์ของสมาชิก เช่น ข้อมูลคะแนน การสะสมคะแนน การแลกคะแนนเพื่อรับส่วนลด หรือรับโปรโมชัน
- ข้อมูลการติดต่อสื่อสารระหว่างท่านกับเราในทุกช่องทาง ซึ่งอาจรวมถึงประวัติการสนทนาผ่านข้อความ ไฟล์เสียงสนทนา รายละเอียดของเรื่องที่สนทนา เช่น รายละเอียดของเรื่องการติดต่อ ปัญหา ข้อร้องเรียนบริการของเรา ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในเอกสารการร้องเรียนการใช้สินค้าหรือบริการของเรา เช่น หนังสือระงับข้อพิพาท จดหมายจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจ เอกสารจากศาล และใบรับรองแพทย์ที่อาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของท่าน เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลอาชญากรรม
- ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายกับเรา ซึ่งอาจรวมถึงแรงจูงใจของท่านในการซื้อสินค้าหรือบริการของเรา
- ข้อมูลที่เกี่ยวกับสุขภาพของท่านที่มีความจำเป็นต้องเก็บเพื่อใช้ทำธุรกรรมกับบริษัท หรือตามกฎหมาย
ข้อมูลทางการเงินสำหรับการชำระหนี้
- ข้อมูลที่ท่านให้บริษัท ที่เกี่ยวกับรายละเอียดของบัญชีธนาคาร และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เพื่อการชำระเงินต่าง ๆ
ข้อมูลกล้องวงจรปิด
- ข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดของบริษัท
- ข้อมูลภาพถ่ายใบหน้าและข้อมูลภาพจำลองใบหน้า (facial recognition) ของท่าน
ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์
- ข้อมูลคุกกี้ (Cookies) ต่าง ๆ ที่บริษัท เก็บรวบรวมในระหว่างที่ท่านใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท เช่น รายการสินค้าที่ท่านเลือกชมล่าสุด ภาษาที่ท่านเลือกใช้ รายการสินค้าในตะกร้าของท่าน
บริษัท มิได้มุ่งหรือประสงค์จะให้บริการแก่ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ในการติดต่อสื่อสารหรือกระทำการอย่างใดกับบริษัท และไม่ว่าผ่านช่องทางใด หากท่านมีความประสงค์จะกระทำการใดกับบริษัท ท่านรับทราบว่าจะต้องได้รับความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตามบริษัท อาจประมวลผลข้อมูลของบุคคลดังกล่าวเมื่อบริษัท มีการให้บริการแก่ลูกค้า บริษัท ทำการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์เฉพาะด้านซึ่งบริษัท จัดให้หรือได้รับเท่านั้น
- บริษัท แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลของท่าน และฐานทางกฎหมายที่ใช้ในการใช้ข้อมูลนั้นตามตารางข้างล่างนี้ โดยบริษัท ได้ระบุถึงประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ที่ใช้เป็นฐานในการประมวลผลข้อมูลของท่านในกรณีที่เกี่ยวข้องด้วย
- บริษัท อาจประมวลผลข้อมูลของท่านบนฐานทางกฎหมายมากกว่าหนึ่งฐาน หรือแตกต่างไปจากที่แสดงในตารางข้างล่างนี้ ทั้งนี้ขึ้นกับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลของท่านในแต่ละกรณี กรุณาติดต่อ DPO@beger.co.th หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฐานทางกฎหมายซึ่งบริษัท ใช้ในการประมวลผลข้อมูลของท่านในกรณีมีการอ้างอิงฐานทางกฎหมายมากกว่าหนึ่งฐานตามตารางท้ายนี้


“ข้อมูลกล้องวงจรปิด” จะถูกใช้เพื่อตรวจจับและป้องกันอาชญากรรม ตรวจจับและป้องกันเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย ตรวจจับและป้องกันการการเข้ามาในสถานที่ของบริษัท และพื้นที่หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรวจจับและป้องกันการประพฤติผิดอย่างร้ายแรง สนับสนุนงานสอบสวนกรณีความมั่นคง ความปลอดภัย และกิจการภายใน สนับสนุนการสอบสวนอาชญากรรม และเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความมั่นคงและปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการซักซ้อมฝึกอบรมด้านความปลอดภัย ในบางกรณีที่เป็นส่วนน้อยอาจจะมีการซ่อนกล้องวงจรปิดเพื่อการใช้งานตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้การประมวลผลข้อมูลกล้องวงจรปิดเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
กรณีที่ท่านไม่เปิดเผยข้อมูลของท่านให้บริษัท
ในกรณีที่บริษัท มีหน้าที่ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านตามกฎหมาย หรือจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านตามข้อกำหนดในสัญญาที่บริษัท ทำไว้กับท่าน แต่ท่านไม่เปิดเผยข้อมูลของท่านเมื่อได้รับการร้องขอ บริษัท อาจไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัท ได้ทำ หรือจะเข้าทำกับท่าน (เช่น การให้บริการแก่ท่าน) ในกรณีดังกล่าว บริษัท อาจต้องปฏิเสธที่จะให้บริการหรือรับบริการที่เกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้บริษัท จะแจ้งท่านให้ทราบหากมีกรณีเช่นนี้ในเวลาที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน ตัวอย่างเช่น บริษัท จะไม่สามารถให้บริการแก่ท่านในการจัดส่งสินค้าไปยังที่อยู่ของท่าน หากบริษัท ไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นชื่อ ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของท่าน ซึ่งบริษัท ต้องใช้ในการให้บริการดังกล่าวแก่ท่าน
บริษัท ได้ใช้เทคโนโลยีในการติดตาม เช่น คุกกี้ (Cookies) หรือ Tags เพื่อรวบรวมข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้เยี่ยมชมใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท อย่างไร
เทคโนโลยีในการติดตามช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ของ บริษัท เช่น ทำให้เราสามารถตรวจสอบว่ามีการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ของท่านและของเราในอดีตหรือไม่ เพื่อบันทึกประวัติการซื้อสินค้า หรือประวัติการเข้าเยี่ยมชม website การตั้งค่าภาษาของท่านไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกเมื่อท่านกลับมาใช้งานเว็บไซต์ของเราอีก
เมื่อท่านได้มีการบันทึกข้อมูลการตั้งค่าคุกกี้แล้ว การตั้งค่าดังกล่าวจะนำไปใช้กับการเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัท ในอนาคต อย่างไรก็ตาม อาจจะมีเหตุผลทางด้านเทคนิคที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท ดังนั้น จึงไม่สามารถรับประกันได้ในกรณีเหล่านี้ เช่น การที่ท่านตั้งเบราว์เซอร์ของท่านใหม่ การลบคุกกี้ หรือการเข้าใช้เว็บไซต์ของบริษัท จากเบราว์เซอร์หรือเครื่องมืออื่น การตั้งค่าคุกกี้ที่ท่านทำไว้อาจสูญหายได้ ในหลาย ๆ กรณี ท่านสามารถควบคุมเทคโนโลยีในการติดตามโดยการใช้เบราว์เซอร์ของท่านเอง กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านได้มีการตั้งค่าตามที่ท่านต้องการว่าให้มีการเตือนหรือยอมรับเทคโนโลยีการติดตาม เช่น คุกกี้ หรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ ท่านสามารถหาความสามารถเฉพาะของเบราว์เซอร์ของท่านและคำแนะนำในวิธีการใช้งานดังกล่าวได้จากคู่มือหรือไฟล์ช่วยเหลือของเบราว์เซอร์ของท่าน
การปฏิเสธ การจำกัดการใช้งาน หรือการปิดใช้งานเทคโนโลยีการติดตาม อาจทำให้ประสิทธิภาพของการให้บริการของเว็บไซต์ของบริษัทลดลง หรือบางส่วนของเว็บไซต์ของบริษัทอาจจะไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง
บริษัท จะเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น ทั้งนี้รวมถึงกรณีต่าง ๆ เช่น การเก็บข้อมูลเพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย กฎระเบียบ การบัญชี หรือการรายงาน เพื่อเป็นการปฏิบัติงานด้านกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ในการกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บข้อมูลของท่าน บริษัท จะพิจารณาถึงปริมาณ ลักษณะ และความอ่อนไหวของข้อมูลของท่าน (sensitivity) ความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลของท่าน และบริษัท สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ด้วยวิธีการอื่นหรือไม่ ตลอดจนข้อกำหนดทางกฎหมายที่ใช้บังคับ
โดยทั่วไป บริษัท จัดเก็บข้อมูลของท่านไว้ตลอดอายุสมาชิก (ในกรณีที่ท่านเป็นสมาชิก) หรือจนกว่าธุรกรรมระหว่างท่านกับเราจะสิ้นสุด และภายหลังจากนั้นตลอดระยะเวลาอายุความสูงสุดตามกฎหมาย (ทั้งนี้ กฎหมายไทยมีกำหนดระยะเวลาอายุความทั่วไปสูงสุดไม่เกิน 10 ปีนับจากวันสิ้นสุดสัญญา) อย่างไรก็ตามอาจมีกรณีที่บริษัท เก็บข้อมูลของท่านเป็นระยะเวลาที่สั้นกว่านั้น
ในกรณีของข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด บริษัท จะเก็บข้อมูลนั้นไว้เป็นระยะเวลาเพียง 30 วัน อนึ่ง หากข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดเกี่ยวข้องกับกรณีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ บริษัท อาจต้องเก็บข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นระยะเวลานานกว่าที่ระบุข้างต้น เช่น กรณีการสอบสวนเหตุอาชญากรรมในบริเวณสาขา หรือกรณีที่มีการใช้ข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีต่าง ๆ
หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาเก็บข้อมูลที่ใช้กับข้อมูลของท่าน กรุณาติดต่อบริษัท ที่ DPO@beger.co.th หรือสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ (Terms and Conditions) ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท อาจต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลของท่านกับนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นดังที่จะระบุท้ายนี้ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้น ข้อมูลของท่านจะถูกเปิดเผยภายในบริษัท บริษัทในเครือ(“กลุ่มบริษัท”) ทั้งนี้ บริษัท เปิดเผยข้อมูลของท่านกับกลุ่มบริษัทเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท และเพื่อให้บริการแก่ท่านด้วยคุณภาพสูงสุด
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานต่อไปนี้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดทางธุรกิจที่บริษัทอาจทำกับท่าน:
- คู่ค้าของบริษัท ได้แก่ บริษัทผู้ผลิต ผู้จัดส่ง ผู้ให้บริการเปลี่ยน คืน รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจในการประสานงานหรือจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับบริษัท
- บริษัทผู้รับประกันภัย เช่น บริษัทผู้รับประกันภัยความรับผิดจากผลิตภัณฑ์ หรือบริษัทผู้รับประกันภัยอื่น ๆ ที่บริษัทเป็นคู่สัญญา
- บุคคลหรือนิติบุคคลที่บริษัทมีหน้าที่หรือถูกร้องขอให้เปิดเผยข้อมูล โดยศาลที่มีเขตอำนาจ หน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานด้านภาษี หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานในลักษณะเดียวกัน
- ที่ปรึกษาหรือผู้ให้คำปรึกษาด้านวิชาชีพของบริษัท ได้แก่ ทนายความ ธนาคาร ผู้สอบบัญชี นักบัญชี และผู้รับประกันภัย ที่ให้บริการคำปรึกษาในด้านกฎหมาย การธนาคาร การตรวจสอบบัญชี หรือประกันภัยแก่บริษัท
- สถาบันการเงิน ที่ให้เงินทุนแก่บริษัท
- ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและงานดูแลระบบ รวมถึงคลังสินค้า หรือผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลอื่น เช่น บริการ Cloud
- ผู้ตรวจสอบภายนอก ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบอิสระแฟ้มข้อมูลของท่าน เพื่อการพิจารณาให้ตรามาตรฐานการดำเนินงานของบริษัท
บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลของท่านกับบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกกลุ่มบริษัท ซึ่งบริษัท อาจขายหรือโอนธุรกิจหรือสินทรัพย์บางส่วนของบริษัท ให้ หรือในทางกลับกันบริษัท อาจมีแผนเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการกับบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอก ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจของ บริษัท ในส่วนที่มีการขาย ได้มา หรือควบรวมกับบริษัทอื่น (แล้วแต่กรณี) อาจมีการใช้ข้อมูลของท่านในลักษณะเดียวกับที่อธิบายไว้ในเอกสารฯ ฉบับนี้
บริษัท อาจกำหนดให้บุคคลหรือนิติบุคคลที่บริษัท ได้เปิดเผยข้อมูลของท่าน ให้ความเคารพในความลับและความปลอดภัยของข้อมูลของท่าน และปฏิบัติกับข้อมูลของท่านให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ
บริษัท อาจมีความจำเป็นในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล หน่วยงานต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังมิได้กำหนดว่ามีมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ อย่างไรก็ดี เมื่อใดก็ตามที่เราส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำการประมวลผลนอกราชอาณาจักรไทย เราจะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้กำหนด
ในบางสถานการณ์ ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่าน ทั้งนี้ บริษัท มีนโยบายในการเคารพสิทธิของท่าน และบริษัท จะดำเนินการทันทีและให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่บังคับใช้เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลของท่าน
ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามรายละเอียดดังต่อไปนี้:
- สิทธิในการถอนความยินยอม
- หากบริษัทประมวลผลข้อมูลของท่านบนฐานความยินยอม ท่านสามารถถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล
- ท่านมีสิทธิขอการยืนยันว่าบริษัทประมวลผลข้อมูลของท่านหรือไม่
- ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและทราบรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูล
- สิทธิในการเคลื่อนย้ายข้อมูล
- ในบางกรณี ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลของท่านในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ทั่วไป
- สิทธิในการเคลื่อนย้ายข้อมูลนี้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ท่านให้ความยินยอม หรือการประมวลผลข้อมูลเป็นไปเพื่อปฏิบัติตามสัญญา
- สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
- ท่านสามารถคัดค้านการประมวลผลข้อมูลของบริษัทในกรณีต่อไปนี้
(ก) การประมวลผลข้อมูลบนพื้นฐานของประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
(ข) การใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ด้านการตลาดโดยตรง
(ค) การประมวลผลข้อมูลเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ
- ท่านสามารถคัดค้านการประมวลผลข้อมูลของบริษัทในกรณีต่อไปนี้
- สิทธิขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล
- ท่านสามารถขอให้ลบข้อมูลบางส่วนที่บริษัทมีอยู่
- การลบข้อมูลทั้งหมดอาจไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้องคงไว้ตามวัตถุประสงค์การประมวลผลหรือข้อกำหนดทางกฎหมาย
- สิทธิในการขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูล
- ท่านมีสิทธิขอระงับการประมวลผลข้อมูลของท่านในบางกรณี เช่น
- หากท่านโต้แย้งความถูกต้องของข้อมูล
- หากท่านคัดค้านการประมวลผลข้อมูล
- หากข้อมูลไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทนการลบ
- กรณีที่บริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูล แต่ท่านขอเก็บไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องหรือคดีทางกฎหมาย
- ท่านมีสิทธิขอระงับการประมวลผลข้อมูลของท่านในบางกรณี เช่น
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง
- ท่านสามารถขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
- หากบริษัทมีเหตุผลอันสมควรที่จะไม่แก้ไข ท่านมีสิทธิให้บริษัทบันทึกคำร้องไว้ในบันทึกของบริษัท
- สิทธิในการร้องเรียน
- ท่านมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียน หากเห็นว่าบริษัทหรือพนักงานของบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ท่านอาจใช้สิทธิใดๆ ของท่านในเรื่องดังกล่าวข้างต้นเมื่อใดก็ได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิผ่านช่องทาง https://beger.co.th หรือ ติดต่อมายังช่องทางอีเมล DPO@beger.co.th ทั้งนี้ ท่านไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเข้าถึงข้อมูลของท่าน (หรือใช้สิทธิอื่นใดของท่าน) แต่ทั้งนี้อาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามแต่กรณีหากพบว่าคำขอของท่านไม่มีมูล มีการขอซ้ำ หรือมีจำนวนมากเกินจำเป็น อนึ่ง บริษัท อาจปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำขอของท่านหากเป็นกรณีดังกล่าว
บริษัท อาจจำเป็นต้องขอข้อมูลบางประการจากท่านเพื่อช่วยให้บริษัท ยืนยันการระบุตัวตนของท่าน และการใช้สิทธิของท่านในการเข้าถึงข้อมูลของท่าน (หรือในการใช้สิทธิอื่นใดของท่าน) ทั้งนี้เป็นมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลของท่านมีการเปิดเผยแก่บุคคลใดซึ่งไม่มีสิทธิได้รับข้อมูลนั้น บริษัท อาจติดต่อกับท่านเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับคำขอของท่าน ทั้งนี้เพื่อให้บริษัท ดำเนินการตอบสนองคำขอของท่านอย่างรวดเร็ว
บริษัท จะพยายามตอบสนองคำขอโดยชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดภายในเวลา 30 วัน แต่ในบางกรณีอาจใช้เวลามากกว่า 30 วัน หากคำขอของท่านมีความซับซ้อน หรือท่านยื่นคำขอหลายคำขอ ในกรณีนี้ บริษัท จะแจ้งท่านและคอยรายงานความคืบหน้าของกรณีให้ท่านทราบ
หากท่านมีข้อสงสัยใดเกี่ยวกับเอกสารฯ ฉบับนี้ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ตามรายละเอียดการติดต่อดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท
บริษัท เบเยอร์ จำกัด เลขที่ 90 92 ถนน บรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 อีเมล: DPO@beger.co.th
บริษัท อาจปรับปรุงแก้ไขเอกสารฯ ฉบับนี้เป็นครั้งคราว โดยบริษัท จะแจ้งประกาศการแก้ไขในเว็บไซต์ของบริษัท เป็นระยะเวลา 30 วัน ทั้งนี้การที่ท่านใช้บริการของบริษัท ภายหลังจากพ้นระยะเวลาดังกล่าว ถือว่าท่านยืนยันการตกลงยอมรับของท่านต่อเอกสารฯ ฉบับนี้และส่วนที่ปรับปรุงแก้ไขใด ๆ นั้น
ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเอกสารฯ อย่างมีนัยสำคัญ บริษัท อาจจะแจ้งให้ท่านทราบว่าได้มีการปรับปรุงแก้ไขเอกสารฯ นี้ ผ่านทางเว็บไซต์ (https://beger.co.th) สื่อประชาสัมพันธ์ในสาขา สื่อออนไลน์ หรือช่องทางการติดต่ออื่น
ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568
ปรับปรุงล่าสุด วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568
คำนวณปริมาณสีที่ใช้